ASICS noosa Tri 13 จากเดิมนั้นเป็นรองเท้าที่ผลิตมาเพื่อนักไตรกีฬาโดยเฉพาะ แต่สำหรับรุ่นนี้รุ่นนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงโดยนำเอาโมเดลของ Asics evoride 2 มาทำการแต่งแต้มสีสัน และ มีการเพิ่มเทคโนโลยีบางอย่างเข้าไปในรองเท้า ที่สำคัญมีการออกแบบเป็นทรงโค้งแนว Blogger และ มีความโดดเด่นในเรื่องของสีสันสดใสที่ดูคล้ายกับขนม Funfetti cake

ASICS noosa Tri 13 รีวิว

  • รองเท้ารุ่นนี้มีการดีไซน์ให้มีความสมูทเพื่อช่วยทำให้ผู้สวมใส่วิ่งได้อย่างง่ายขึ้น สบายขึ้น และ สามารถทำรอบขาได้ดี โดยทางแบรนด์นั้นได้ทำการโปรโมทว่า รองเท้ารุ่นนี้สามารถลดอาการเหนื่อยล้าในขนาดวิ่ง ช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และ ช่วยลดการเกิดตะคริวได้อีกด้วย

  • Upper ของรองเท้ารุ่นนี้เป็นผ้า Mesh ที่มีสีสันจัดจ้านแบบสุดๆ พร้อมกับยังสามารถระบายอากาศได้ดีอีกด้วย

  • เชือกรองเท้าเป็นเชือกแบบธรรมดา แต่จะมีการแถมเชือกแบบกลมที่มี Shoelace ซึ่งใช้สำหรับเอาไว้รูดให้เท้านั้นกระชับได้โดยไม่ต้องผูกเชือกรองเท้าหรือกลัวว่าเชือกรองเท้าจะหลุดในขนาดแข่งขัน

  • บริเวณลิ้นรองเท้าไม่ได้หนามากนัก แต่ก็ให้ความรู้สึกที่พอดี

  • ด้านหน้าของลิ้นรองเท้าเป็นยางแบบเหนียว เพื่อทำให้เวลาเราทำการจับดึงที่ลิ้นจะติดมือ และ ทำให้เราจับใส่หรือถอดรองเท้าได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น

  • บริเวณ Midsole มีการใช้เทคโนโลยี Flytefoam ในแบบปกติที่เป็นตัวรองท็อป แต่ก็ไม่รู้สึกแตกต่างกันเท่าไหร่ 

  • รองเท้ารุ่นนี้สวมใส่แล้วรู้สึกเฟิร์ม และ แน่นกำลังดี

  • บริเวณส้นเท้าจะพบว่ามีห่วงอยู่ด้านหลัง ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมากกับนักไตรกีฬา เพราะห่วงด้านหลังของรองเท้าจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการใส่รองเท้าให้กับนักไตรกีฬาในช่วงที่ทำการเปลี่ยนประเภทกีฬานั่นเอง

  • บริเวณ Heel Cup มีโครงสร้างที่แข็งแรงให้ความรู้สึกกระชับแถมยังประคองข้อเท้าได้เป็นอย่างดี

  • บริเวณ Outsole เป็นพื้นยางที่มีความทนทาน ซึ่งมีลักษณะบางแต่ให้ความแข็งแรง และ ยังสามารถยึดเกาะพื้นผิวถนนได้เป็นอย่างดีโดยมีสีสันที่จัดจ้านเหมือนกับตัว Upper

  • รองเท้ารุ่นนี้ไม่มีเทคโนโลยี EVA ที่เป็นเส้นยึดโครงสร้างตรงกลางพื้นรองเท้า

  • Insole ด้านใน จะมีการสกรีนตัวเลข 2.4_112_26.2 ซึ่งเป็นตัวเลขในการบอกระยะทางในการแข่งไตรกีฬาในแบบหน่วยวัดระยะเป็นไมล์

  • เป็นรองเท้าที่เหมาะสำหรับคนที่ใช้ใส่ซ้อมในทุกๆวัน

  • เป็นรองเท้าที่มีความโดดเด่นในเรื่องของสีสันที่โดดเด่นสดุดตาแบบสุดๆโดยสามารถมองเห็นได้จากระยไกล

  • เป็นรองเท้าสายวิ่ง Daily Trainer ที่วิ่งได้ทั้งในระยะสั้น และ ระยะยาว

  • รองเท้ารุ่นนี้มีหน้ำหนักประมาณ 240 กรัม

  • ดรอปอยู่ที่ 5 มิลลิเมตร Stack Height ด้านหน้าอยู่ที่ 21 มิลลิเมตร ด้านหลังอยู่ที่ 26 มิลลิเมตร

  • ราคาขายเปิดตัวอยู่ที่ 4,700 บาท