รองเท้าของสตรีมีครรภ์ ควรเป็นรองเท้าแบบใด รองเท้าเป็นหนึ่งในสิ่งที่คุณแม่ต้องใส่ใจในการเลือกเป็นพิเศษ เนื่องจากรูปร่างของเท้าเปลี่ยนแปลงไปทุกเดือนของการตั้งครรภ์ คุณแม่หลายคนกำลังมองหารองเท้าสำหรับคนท้องคุณภาพดีเพื่อให้เข้ากับสรีระ และน้ำหนักก็เตรียมไว้สำหรับหลายคู่ แต่ถ้าเราไม่อยากซื้อสักสองสามคู่ ลองอ่านเคล็ดลับเลือกดู รองเท้าคนท้องตามด้วยคุณแม่มีสไตล์ที่ต้องการใส่รองเท้าส้นสูงระหว่างตั้งครรภ์

รองเท้าของสตรีมีครรภ์ ควรเลือกซื้อแบบใด

ทำไมรองเท้าสำหรับคุณแม่จึงสำคัญ?

สิ่งแรกที่คุณต้องรู้ การตั้งครรภ์จะเพิ่มขนาดเท้าของหญิงตั้งครรภ์ และอาจส่งผลให้ต้องเปลี่ยนรองเท้าที่ใหญ่ขึ้น

  • ขนาดของเท้าที่ใหญ่ขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ เกิดจากอาการบวมน้ำ
  • เกิดจากการคลายตัว ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตขึ้นสำหรับข้อต่อและเอ็นของสตรีมีครรภ์ให้คลายหรือคลายตัวมากขึ้น ซึ่งช่วยเตรียมคุณแม่ในอนาคตให้ผ่านการพักผ่อนได้ง่าย (relaxin) หลั่งทั่วร่างกาย รวมทั้งเท้าช่วยให้เท้าของสตรีมีครรภ์มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เมื่อพุงกำลังโตทำให้น้ำหนักอยู่ที่เท้า มันจบลงด้วยการแบนหรือซูมเข้า
  • เท้าบวมโตจะหายไปหลังจากที่แม่คลอดลูก แต่ขนาดของเท้าสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดไป ถ้าแม่ของคุณมีเท้าแบนอยู่แล้ว

สตรีมีครรภ์สวมรองเท้าประเภทใด?

รองเท้าคนท้องสำหรับคุณแม่คนนั้น โฟกัสที่ความนุ่มและความสบายของเท้าเท่านั้นยังไม่พอ แต่ควรเป็นรองเท้าเพื่อสุขภาพที่โอบรับเท้าได้ดีและปลอดภัย เหมาะสำหรับการเปลี่ยนแปลงสภาพร่างกายของหญิงตั้งครรภ์เมื่อยืนและเดิน ทำให้คุณแม่สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสบาย ๆ ปัจจัยพื้นฐานในการเลือกรองเท้าของสตรีมีครรภ์มีอะไรบ้าง? มาดูกันเลยละกัน

  1. รองเท้าคนท้องต้องสามารถรองรับน้ำหนักได้ดี
    • ท้องของคุณจะเริ่มใหญ่ขึ้น
    • น้ำหนักเริ่มขึ้น
    • อาการปวดหลัง สะโพก ขา และเท้าจะเริ่มขึ้น
    • สตรีมีครรภ์ที่มีปัญหาในการยืนหรือเดินตามที่เราเรียกกันว่าช่วงพัก
  2. พื้นรองเท้าหนาพอดีและทนทาน
    รองเท้าที่ดีสำหรับหญิงตั้งครรภ์ ต้องคำนึงว่าพื้นรองเท้าที่เหมาะสมมีความหนาพอเหมาะไม่สูงเกินไปหรือแบนเกินไป แป้นต้องนุ่ม และดี ไม่นุ่มไม่แข็งเพราะความนุ่มของเท้าที่โอบกอด ช่วยบรรเทาอาการช็อกเมื่อแม่เผลอไปโดน ลดการเหยียบเท้าโดยไม่ตั้งใจ
  3. รองเท้าสำหรับคุณแม่ควรมีน้ำหนักเบา ยืดหยุ่น และรองรับเท้าได้
    สตรีมีครรภ์ควรสวมรองเท้าน้ำหนักเบา ความคล่องตัว นอกจากนี้ยังต้องมีความยืดหยุ่นสูงไม่ว่าจะเดินหรือนั่ง จะทำให้คุณแม่เดินได้อย่างเป็นธรรมชาติ จำไว้ว่าสตรีมีครรภ์ต้องแบกน้ำหนักทารกมากขึ้นและใส่รองเท้าสำหรับตั้งครรภ์ที่ดีทุกเดือน นอกจากนี้ยังสะดวกสำหรับคุณแม่ที่จะออกกำลังกายได้ง่าย ๆ เช่น เดิน แกว่งไกว ห้อยโหนรอบบ้านหรือสวนสาธารณะ

คุณสมบัติที่ต้องพิจารณาในรองเท้าคนท้อง

  1. พื้นรองเท้าของสตรีมีครรภ์ต้องมีกรงเล็บรองรับ

ส่วนรองรับส่วนโค้งคือส่วนที่ยกขึ้นของพื้นรองเท้า สนับสนุนซุ้มแม่. สามารถช่วยกระจายแรงกดทับของร่างกายที่วางอยู่บนเท้าทั้งหมด สิ่งนี้มีประโยชน์เพราะช่วยลดอาการปวดหลัง บรรเทาอาการปวดหลังส่วนล่าง บรรเทาอาการปวดฝ่าเท้าและปวดส้นเท้า เราเรียกว่า ฟกช้ำ ช่วยให้สตรีมีครรภ์ยืนหรือเดินได้ดี หรือที่เรียกว่าออร์โธปิดิกส์ตามแนวทางวิทยาศาสตร์กล้ามเนื้อและกระดูก (ศัลยกรรมกระดูก)

นอกจากนี้ ส่วนรองรับอุ้งเท้าในรองเท้าสำหรับคุณแม่ยังช่วยป้องกันไม่ให้เท้าบิดเข้าด้านใน นี่เป็นเรื่องปกติในผู้สูงอายุเช่นกัน นอกจากนี้ส่วนรองรับก้ามปูยังช่วยปรับโครงสร้างของเท้าและลำตัวให้สมดุล

  1. พื้นรองเท้ามีรูที่ส้น

พื้นรองเท้าสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์หรือรูรูปถ้วยที่รองรับส้นรองเท้าของแม่ วิธีนี้จะช่วยกำหนดทิศทางและตำแหน่งของน้ำหนักเดินของเรา (คล้ายกับอุ้งเท้าล็อค) การลื่นไถลหรือถอดรองเท้าช่วยลดโอกาสที่เท้าจะพลิก การถอดรองเท้าหรือการบิดเท้าออกจากรองเท้าอาจทำให้สตรีมีครรภ์ล้มทับและทำให้เส้นเอ็นอักเสบได้ ดังนั้นการเดินจึงสมดุลและมั่นคง และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ3. ควรปรับขนาดรองเท้าคนท้อง

3. รองเท้าคนท้อง ควรใส่ง่าย

เพราะพุงจะเริ่มบวมเร็วจนคุณนึกไม่ถึง ฉันเปลี่ยนรองเท้าไม่ทัน ยิ่งพุงยิ่งต้องใส่รองเท้าที่สวมใส่ง่าย ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นแบบหนีบหรือแบบใส่แบบไม่มีสายรัดด้านหลังก็ยากที่จะก้มตัวดึงหรือสวมรองเท้า สายคล้องคอ สตรีมีครรภ์ควรเลือกซื้อรองเท้าที่ใหญ่กว่าเท้า สำหรับเท้าที่อาจบวมซึ่งไม่ได้หมายความว่าคุณแม่จะเลือกรองเท้าที่ใหญ่เกินไป อาจจะเลือกขนาดที่ใหญ่กว่านั้นก็ควรเป็นรองเท้าที่ปรับขนาดได้

สตรีมีครรภ์สวมรองเท้าส้นสูงได้หรือไม่? ใส่ส้นสูงยังไงให้สวย ประหยัดเงิน.

รองเท้าสำหรับคุณแม่ไม่ได้มีไว้สำหรับรองเท้าส้นเตี้ยเท่านั้น ฉันเชื่อว่าคุณแม่หลายคนเคยเห็นดาราและคนดังหลายคนแชร์รูปถ่ายการใส่รองเท้าส้นสูงระหว่างตั้งครรภ์ อย่าเสี่ยงที่จะลากขาของพวกเขาบนรันเวย์ หันหลังกลับและหยิบรองเท้าของคุณแล้วสวมมันเหมือนที่เป็นอยู่ อันดับแรก เราต้องรู้ว่ารองเท้าแบบไหนที่เหมาะกับเท้าของเรา

เคล็ดลับคุณแม่ตั้งครรภ์ เลือกรองเท้าส้นสูง

  • เลือกรองเท้าที่มีความสูงไม่เกิน 2 นิ้ว ถ้าสูงเกินไปก็อาจจะเดินได้ไม่ปกติ และมีความเสี่ยงที่เท้าจะพลิกหรือล้มได้ง่าย
  • หากคุณชอบรองเท้าส้นสูง คุณแม่ควรเลือกรองเท้าเหล็กหรือรองเท้าส้นเตารีด จะช่วยให้รักษาสมดุลของร่างกายได้ดียิ่งขึ้น เดินง่าย เคลื่อนไหวได้มั่นคงขึ้น อีกทั้งไม่เสี่ยงส้นเท้าแตก ห้ามใส่ส้นสูง รองเท้าส้นเข็ม ขาต้องยืดมากขึ้นเพราะรองรับน้ำหนักได้น้อยลง
  • สตรีมีครรภ์ต้องจำไว้ว่าเมื่อเลือกรองเท้าสำหรับคุณแม่ ให้พิจารณารองเท้าที่ทำจากวัสดุที่มีความยืดหยุ่น การระบายอากาศที่ดี เพราะยิ่งอายุครรภ์มากขึ้น เท้าของแม่ก็จะบวมมากขึ้นเท่านั้น
  • คุณแม่สามารถเลือกใช้พื้นยางหรือรองเท้าที่ยึดเกาะได้ แม้จะไม่เปรี้ยวมาก แต่ก็ช่วยรองรับน้ำหนัก ดูดซับแรงกระแทก และเพิ่มแรงเสียดทานขณะเดิน เสถียร
  • ถ้าเป็นรองเท้าส้นสูง แนะนำให้เลือกรุ่นที่ไม่มีสายรัดส้น หรือสายรัดข้อเท้าเพราะจะทำให้ใส่และถอดยาก แม่น้ำหนักขึ้น ท้องเริ่มใหญ่ขึ้น งอตัวยาก และลุกนั่งยาก

รองเท้าส้นสูง ใส่อย่างไรให้ปลอดภัย ?

  • สตรีมีครรภ์ไม่ควรสวมรองเท้าส้นสูงทุกวัน ควรเลือกใส่เฉพาะบางโอกาสเท่านั้น เป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรสวมรองเท้าส้นสูงให้น้อยที่สุดหลังจากตั้งครรภ์ได้ประมาณ 3-4 เดือน ลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุ เช่น หกล้ม พลิกเท้า ตึงที่ต้นขามากเกินไป
  • สตรีมีครรภ์ไม่ควรยืนบนรองเท้าส้นสูงติดต่อกันเกิน 2 ชั่วโมง นั่งบ่อยๆ. เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้กล้ามเนื้อเกร็งมากเกินไปเพราะว่าลูกสาวไม่ได้ท้อง ลูกก็ยังเจ็บ เป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่ควรพกรองเท้าส้นเตี้ยติดตัวไปด้วย สลับกันเมื่อคุณต้องการพักเท้า
  • หากคุณต้องการใส่รองเท้าส้นสูงในวันที่กำหนด จำไว้ว่าเมื่อคุณกลับถึงบ้าน คุณควรแช่เท้าในน้ำอุ่นประมาณ 10-15 นาที นวดเท้าในแต่ละครั้ง นวดน่องเบาๆ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด
  • คุณแม่ต้องระวังเป็นพิเศษอย่าสวมรองเท้าที่คับเกินไป เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่เท้า แต่คุณแม่ควรเลือกขนาดรองเท้าที่ใหญ่กว่าเท้าจริงอย่างน้อย 1 ไซส์ อย่าลืมว่าเท้าของเราอาจขยายได้ในระหว่างวันในทุกช่วงเวลาของวัน

ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นของหญิงตั้งครรภ์ที่สวมรองเท้าส้นสูง

1. ปวดหลัง

เมื่อคุณน้ำหนักเพิ่มขึ้น การลุก นั่ง และไปไหนมาไหนได้ยาก เพราะพวกเขาจะต้องรับน้ำหนักของพุงที่ขยายอย่างรวดเร็วตลอดเวลาหากใส่รองเท้าส้นสูง ดูเหมือนว่าคุณแม่จะต้องเขย่งเท้าโดยปริยาย น้ำหนักส่วนใหญ่ตกอยู่ที่หัวเข่า ข้อเท้า และหลังเต็ม ทำให้ปวดหลังอย่างรุนแรง

2. เสียสมดุล

การรักษาสมดุลอาจเป็นเรื่องยาก และการสวมรองเท้าส้นสูงก็ทำให้เกิดความไม่สมดุลในจุดศูนย์ถ่วงของสตรีมีครรภ์ได้ นอกจากนี้การใส่รองเท้าส้นสูงเป็นเวลานานยังทำให้เส้นเอ็นที่ขายึดติดได้ กล้ามเนื้อบริเวณน่องเกร็งและตึง จนทำให้เกิดอาการปวดข้อเฉียบพลันได้

3. เท้าบวมมากขึ้น

การสวมรองเท้าส้นสูงระหว่างตั้งครรภ์เกิดจากอาการบวมน้ำ คุณแม่ส่วนใหญ่มีเท้าบวมในช่วง 3-6 เดือนของการตั้งครรภ์ เนื่องจากร่างกายมีของเหลวมาก ผลิตเลือดออกจากร่างกายมากขึ้น นอกจากนี้ สตรีมีครรภ์มักมีอาการกระหายน้ำทำให้ดื่มน้ำตลอดเวลา ถ้าคุณไม่เลือกรองเท้าส้นสูง อาจทำให้คุณรู้สึกไม่สบายเท้า ซึ่งก็ไม่ต่างจากการใส่รองเท้าผิดขนาดหรือถูกรองเท้ากัด

ไม่ว่ารองเท้าสำหรับคุณแม่จะได้รับการออกแบบอย่างไร สตรีมีครรภ์ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความสบายในการเล่นกีฬาเป็นอย่างมาก และไม่เป็นอันตรายต่อเท้าและร่างกาย รวมถึงความเสี่ยงในการบรรทุกของหนัก หากทรงตัวไม่ดีก็เสี่ยงทำให้แม่หกล้มได้ หรือไปผิดที่จนข้อเท้าพลิกคว่ำและกระทบกระเทือนจากการใส่รองเท้าส้นสูงผิดที่ ย่อมไม่ดีต่อทารกในครรภ์อย่างแน่นอน